Breaking News

6 สนามบิน ทอท.พร้อม 100% รับคนเดินทางเข้าไทย เช็กอินทุกบริการที่แอปฯ “SAWASDEE by AOT”

เศรษฐกิจ หลังจากที่ประเทศไทยได้มีนโยบายเปิดประเทศอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบในปัจจุบัน ส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังพบว่านโยบายเปิดประเทศของรัฐบาลยังคงสามารถสร้างรายได้การค้าการลงทุนได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งจากสถิติในช่วงปี 2564 พบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 11 ล้านคน เกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA มีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2567 โดยจะมีปริมาณผู้โดยสารกลับมาเท่ากับก่อนเกิดวิกฤตการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 คือที่ระดับ 142 ล้านคนต่อ ยิ่งไปกว่านั้น ยังคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารจะเติบโตถึง 200 ล้านคนต่อปีในปี 2574 โดยอุตสาหกรรมการบินของไทยจะเติบโตเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยในปี 2565 มีจำนวนผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วกว่า 22 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยประมาณ 6 ล้านคน และมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคนตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อ 1 คนจะอยู่ที่ประมาณคนละ 48,000 บาท และการใช้จ่ายดังกล่าวจะก่อให้เกิดเม็ดเงินที่เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ สูงถึง 326,000 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 565,450 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งจะทำให้เกิดผลประโยชน์ทวีคูณทางเศรษฐกิจถึง 1.34 ล้านล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีข่าวดีล่าสุด ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศเปิดประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเริ่มในวันที่ 8 มกราคม 2566 ทำให้มีคาดการณ์กันว่า ภายหลังจากที่จีนเปิดประเทศแล้ว จะทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนหลั่งไหลเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เห็นได้จากยอดจองเที่ยวมาไทยที่เพิ่มขึ้นทันทีหลังประกาศดังกล่าว และหากมองจากสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนยุคก่อนเกิดโรคระบาดโควิด ในปี 2562 พบว่านักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศมาไทยมากถึง 11 ล้านคน หรือเฉลี่ยเกือบ 1 ล้านคนต่อเดือน ครองสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของตลาดต่างชาติที่เที่ยวไทยกว่า 40 ล้านคน การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ชัดเจนขึ้น ทำให้กระทรวงคมนาคม โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้บริหารสนามบินหลัก 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ได้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ และบุคลากรในด้านต่างๆ ของสนามบินไว้รองรับเพื่อให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่านเข้า-ออกสนามบินได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดให้สมกับหน้าที่เป็น “ประตูบานแรก” เป็นหน้าเป็นตาประเทศที่จะนำพานักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย “นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยาน ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้นทั้งการท่องเที่ยวในประเทศ และการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทอท.ไม่นิ่งนอนใจที่จะเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่านเข้า-ออก สนามบิน ภายหลังจากที่อุตสาหกรรมทางการบินกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันเพื่อรองรับช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 4 มกราคม 2566 ซึ่ง ทอท.คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งที่ ทอท.กำกับดูแลกว่า 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 171.28% เมื่อเทียบกับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 832.51% และผู้โดยสารภายในประเทศ ประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 57.05% คิดเป็นเที่ยวบินทั้ง สิ้นประมาณ 12,190 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 87.01% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ ประมาณ 5,340 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 260.53% และเที่ยวบินภายในประเทศ ประมาณ 6,850 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 35.98 % นอกจากนั้น ทอท.ยังคาดว่าในปี 2566 จำนวนผู้โดยสารจะกลับเข้าสู่ปกติในช่วงก่อนโควิดหรือมากกว่าเดิม ดังนั้น ทอท. จึงมีแผนที่จะเปิดการใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ในประมาณเดือนกันยายน 2566 ซึ่งจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ประมาณ 15 ล้านคนต่อปี รวมทั้งพิจารณาว่าจะสามารถจัดทำ ตม. ชั่วคราวได้ในพื้นที่ใดบ้าง ในระหว่างที่รอการเพิ่มช่อง ตม. ในอาคารผู้โดยสารหลัก เนื่องจากอาคาร SAT-1 เป็นอาคารสำหรับให้เครื่องบินมาเทียบจอด ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินต้องนั่งรถไฟฟ้าไร้คนขับ (APM) มาที่อาคารผู้โดยสารหลัก เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

ข่าวเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีช่องตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. 119 ช่องตรวจ สามารถระบายผู้โดยสารได้ 7,140 คนต่อชั่วโมง (ชม.) แบ่งเป็น โซนตะวันออก 56 ช่องตรวจ สามารถระบายผู้โดยสารได้ 3,360 คน/ชม. โซนกลาง 20 ช่องตรวจ 1,200 คน/ชม. โซนตะวันตก 43 ช่องตรวจ 2,580 คน/ชม. นอกจากนี้ มีเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 32 เครื่อง แบ่งเป็น ขาเข้า 16 เครื่อง และขาออก 16 เครื่องอีกทั้ง ทอท. ยังมีแอปพลิเคชัน “SAWASDEE by AOT” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายขณะมาใช้บริการที่สนามบิน โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวจะช่วยให้ผู้โดยสารเช็กข้อมูลและสถานะเที่ยวบินแบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนแบบอัจฉริยะเมื่อใกล้เวลาเดินทางเช็กสถานะกระเป๋าเดินทาง จองที่จอดรถ จองรถแท็กซี่ และสามารถค้นหาข้อมูลรถสาธารณะ รวมถึงร้องเรียนและติชมการให้บริการของสนามบินด้วย รวมทั้งยังมีฟังก์ชันใหม่ล่าสุด “Queue Times” ที่จะวางแผนการเดินทางให้ง่ายขึ้น โดยผู้โดยสารสามารถเช็กความแออัดและระยะเวลาในพื้นที่เช็กอิน พื้นที่ตรวจค้น และพื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น นอกจากนี้ ในช่วงที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินจำนวนมาก อาจทำให้ต้องรอคิวบริเวณเคาน์เตอร์ให้บริการต่างๆ นาน จึงขอแนะนำให้ผู้โดยสารใช้เครื่อง “Kiosk” สำหรับเช็กอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งใช้งานง่ายและขณะนี้ ทอท. ได้ติดตั้งเครื่อง Kiosk กระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ภายในอาคารผู้โดยสาร พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกการใช้งาน และด้วยการทำงานหนักและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดนี้ ทอท. พร้อมแล้วที่จะเป็นประตูเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

แนะนำข่าวเศรษฐกิจ

 

Share Article: